ประโยชน์จากการตรวจสุขภาพ

รายการตรวจ/ Items ประโยชน์จากการตรวจ / Benefit
1.วัดความดันโลหิตชีพจรและ

ตรวจร่างกายโดยแพทย์ (Vitals sign)

ตรวจระดับความดันโลหิตว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่
ชั่งน้ำหนักวัดส่วนสูงเพื่อดูลักษณะโครงสร้างว่าสมดุลหรือไม่ วัดสายตาว่ามีความผิดปกติอย่างไร
แพทย์จะตรวจร่างกายทั่วไปว่าลักษณะ อวัยวะต่างๆ เช่น หู คอ จมูก ปอด ตับ ม้าม การเต้นและเสียงของหัวใจผิดปกติหรือไม่
การคำนวณดัชนีมวลกาย

การคำนวณ BMI = น้ำหนัก (กิโลกรัม) / ส่วนสูง (เมตร)2

BMI 18 –22.9     =  ปกติ

BMI23  – 24.9    =  Over weight (ท้วม) มีอัตราเสี่ยงต่ำ

BMI25  – 30       =  Obesity (อ้วน) มีอัตราเสี่ยงปานกลาง

BMI > 30           =  Morbid Obesity (อ้วนอันตราย) มีอัตราเสี่ยงสูง

2. เอ็กซเรย์ปอดและหัวใจ

(Chest X-ray)

ตรวจดูสภาพปอด กระดูกช่องอก และหัวใจ โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่
หรือได้รับสารพิษติดเชื้อ อาจทำให้ปอดผิดปกติซึ่งเป็นสาเหตุจากวัณโรค
โรคถุงลมโป่งพอง ตรวจสภาพขนาดภายนอกของหัวใจว่าผิดปกติหรือไม่
3. ตรวจความผิดปกติของเม็ดเลือด เกล็ดเลือด
และความเข้มข้นของเลือด (Completed Blood Count)
ตรวจนับเม็ดเลือดขาวว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่
ซึ่งสามารถทราบได้ว่าเป็นโลหิตจาง มีการติดเชื้อ (ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของเม็ดเลือดขาว)
ตรวจดูโอกาสของโรคมะเร็งในเม็ดเลือด
(การอักเสบหรือการติดเชื้อมักมีจำนวนเม็ดเลือดขาวต่ำและมีLymphocyte สูงค่าปกติ (20%– 40%) และมี
Eosimophil สูง ค่าปกติ(1%-6% )แสดงว่าอาจเป็นภูมิแพ้ หรือพยาธิ ถ้าสงสัย
แพทย์จะแนะนำให้เก็บอุจาระตรวจร่วมด้วยถ้าไม่พบพยาธิแสดงว่าเป็นภูมิแพ้)
4. ตรวจปัสสาวะ (Urinalysis) ตรวจหาความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
โรคไตอักเสบ จากโรคเบาหวาน นิ่วในทางเดินปัสสาวะ และสารตกค้างของยาเสพติด

**สุภาพสตรี ที่อยู่ในช่วงมีประจำเดือนไม่ควรตรวจ
หรือถ้าต้องการตรวจ    ควร
แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ

5. ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด

(Fasting Blood Sugar)

ตรวจหาโรคเบาหวาน (ค่าปกติ 70 –110 ) มีมากในอาหาร แป้ง, น้ำตาล, เหล้า, เบียร์

**ควรงดน้ำและอาหารก่อนมาตรวจ 6 –8 ชั่วโมง

6. ตรวจไขมันโคเลสเตอรอล
(Cholestoral)
ตรวจระดับไขมันโคเลสเตอรอลในเลือด
ว่ามีปริมาณสูงเกินไปหรือไม่ หากพบว่าสูงทำให้อุดตันหลอดเลือด
เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต

(ค่าปกติ < 200 mg/dl)มีมากในเครื่องในสัตว์, ไข่แดง, อาหารทะเล, กะทิ, ขนมเค้ก

**ควรงดน้ำและอาหารก่อนมาตรวจ 6 –8 ชั่วโมง

7. ตรวจไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์
(Triglyceride)

 

ตรวจหาไขมันในเส้นเลือดซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคหัวใจตีบ
เส้นเลือดสมองตีบ  และ  อัมพฤกษ์ อัมพาต (ค่าปกติ <
170 mg/dl)
การรับประทานอาหารแป้งของหวานมากเกินร่วมกับขาดการออกกำลังกายและผู้ที่ดื่มเหล้า
เบียร์

มีผลทำให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์สูง   ** ควรงดน้ำและอาหารก่อนมาตรวจ
6 –8 ชั่วโมง

8. ตรวจหาระดับไขมันเข้มข้นสูงในเลือด       (HDL:
density lipoprotein )หรือไขมันความหนาแน่นสูง

(LDL: Low-density lipoprotein)หรือไขมันความหนาแน่นต่ำ

 

1) HDL เป็นไขมันคอเลสเตอรอลชนิดหนึ่ง
“ ชนิดดี ” มีคุณสมบัตินำคอเลสเตอรอลจากเนื้อเยื่อต่างๆกลับไปย่อยสลายที่ตับ
ผู้ที่มีระดับ HDLต่ำจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดอุดตันและการเกิดโรคหัวใจมากกว่าผู้ที่มีระดับ
HDLสูง

(HDL ค่าปกติ >
35 mg/dl)  ไขมันชนิดนี้จะเพิ่มสูงขึ้นจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ

2) LDL เป็นไขมันคอเลสเตอรอลชนิดหนึ่ง “ ชนิดไม่ดี ”
ที่ก่อให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดแดง  ผู้ที่มีระดับ LDLสูงจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจมากกว่าผู้ที่มีระดับ
LDLต่ำ  (LDL ค่าปกติ < 130 mg/dl)

** ควรงดน้ำและอาหารก่อนมาตรวจ 6 –8 ชั่วโมง

9. ตรวจการทำงานของตับ

(SGPT,SGOT,Alkaline
Phosphatase)

ตรวจหา ปริมาณเอนไซม์ ในตับว่า ผิดปกติหรือไม่
หากสูงกว่าเกณฑ์  แสดงว่า
อาจมีการอักเสบ ของตับ หรือ มีความผิดปกติ

ของตับ เช่น ดีซ่าน ท่อน้ำดีอุดตัน

ค่าปกติของเอนไซม์ตับ SGPT, SGOT เท่ากับ 0-40 u/l  Alkaline Phosphatase เท่ากับ
15-112 u/l

10. ตรวจการทำงานของไต (BUN,Creatinine) โดยการวัดระดับสารเคมีในเลือดสามารถตรวจดูได้ว่าเป็นภาวะไตเสื่อม
หรือไตวายหรือไม่ ปัจจัยเสี่ยง อาหารรสเค็ม ความดันโลหิตสูง  BUN (Blood
urea nitrogen) ยูเรีย เป็นผลิตผลขั้นสุดท้ายที่เกิดจากการเผาผลาญของโปรตีน
ถูกสร้างขึ้นที่ตับและถูกขับออกทางไต ไตมีหน้าที่ควบคุมระดับของยูเรียในเลือดการตรวจหายูเรียมีประโยชน์ในกา
รดูการทำงานของไตและการเปลี่ยนแปลงของไตผิดปกติ
  (ค่าปกติ BUN=
7- 20 mg/dl)

Creatinine ที่ต่ำกว่าปกติ
มักพบในผู้หญิ่งที่ตั้งครรภ์และผู้ป่วยพิษแห่งครรภ์

Creatinine
ที่สูงกว่าปกติ มักพบในผู้ป่วยไตวายเฉียบพลันและเรื้อรัง

(ค่าปกติ Creatinine
= 0.5 – 1.5 mg/dl)

11.ตรวจกรดยูริกในเลือด (Uric Acid) ตรวจหาโรคไขข้ออักเสบ หรือโรคเกาท์ ถ้าระดับกรดยูริกสูงกว่าปกติ
อาจก่อให้เกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือก่อให้เกิดข้อกระดูก
หรือเส้นเอ็นอักเสบ ( ค่าปกติ M = 3.5 – 7.2 mg/dl, F=2.6 – 6.2 mg/dl )

**ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น
เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก**

ยอดผักทุกชนิดหน่อไม้
และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

 

12. ตรวจตา (Eye) ตรวจหาความผิดปกติของตา เช่น ตาบอดสี ต้อ และระยะการมองเห็น